รีวิวหนัง NETFLIX I Project Power พลังลับพลังฮีโร่ หนังแอคชั่นที่มาพร้อมพล็อตเรื่องสุดระทึก!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2020 นั้นต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์สำคัญอย่าง การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งทำให้วงการภาพยนตร์ดูเงียบเหงาลงไปอย่างมาก ทำให้คนดูอย่างเรา ๆ รู้สึกแอบคิดถึงภาพยนตร์รูปแบบสำเร็จที่มักพบเจอในหนังช่วง Summer อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว จนกระทั่งการสตรีมมิ่งหนังแอคชั่นจาก NETFLIX อย่างเรื่อง Project Power พลังลับพลังฮีโร่ ที่บอกได้เลยว่าหลังจากถ่ายทอดสู่สายตาผู้ชมก็คว้าอันดับ 1 หนังที่ติดกระแสบนเน็ตฟลิกซ์ทันที

เรื่องราวของหนังเป็นการ Combine ระหว่าง หนังซุเปอร์ฮีโร่, การจับกุมพ่อค้ายาเสพติด,
ปัญหาด้านอาชญากรรม ได้อย่างแนบเนียนและค่อนข้างลงตัว โดยสิ่งที่ดึงดูดผู้ชมน่าจะเป็นพล็อตเรื่อง “ยาวิเศษ” ที่ทำให้คนที่กินเข้าไปมีพลังเหนือมนุษย์ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ คือ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าพลังที่จะได้รับเป็นพลังอะไร ซ้ำร้ายบางรายอาจได้รับผลข้างเคียงทำให้ร่างระเบิดกระจุยเลยก็มี อีกทั้งยายังออกฤทธิ์เพียง 5 นาทีเท่านั้น

เมื่อยาปลุกพลังนี้กลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองนิวออร์ลีนส์ ทำให้ “แฟรงก์” ตำรวจน้ำดีที่คอยเดินหน้าจับกุมคนร้ายอยู่ในเมือง โดยได้รับความช่วยเหลือจาก “โรบิน” เด็กสาวที่คอยเดินยา และบางทีเขาเองก็ใช้ยานั้นช่วยจับคนร้ายด้วย

ถึงแม้ว่าแฟรงก์จะจับคนร้ายเท่าไรมันก็เป็นเรื่องยากที่จะกวาดล้างมันได้ อย่างที่รู้กันว่า ปัญหายาเสพติด ถ้าอยากกำจัดต้องโค่นที่พ่อค้ารายใหญ่ ต้นทางจึงจะสำเร็จ มันนำทั้งสองไปเจอกับ “อาร์ต” อดีตทหารที่มีความคับแค้นใจที่ลูกสาวของตนถูกจับตัวไปเพื่อเป็นส่วนผลิตยาเสพติด พวกเขาทั้งสามได้ร่วมมือกันเพื่อหวังกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลังยาเสพติดเหล่านี้ให้หมดสิ้น

ก่อนอื่นคงต้องขอกล่าวชมพล็อตเรื่องที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ แปลกใหม่ แต่ด้วยความที่เป็นหนังแอคชั่นแต่ฉากการต่อสู้ที่คาดหวังใน หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ยังไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไร มีบางฉากที่ซ้ำเดิมอยู่บ้าง แต่ด้วยฝีมือการแสดงของนักแสดงในการถ่ายทอดความคิดที่มีมิติก็มีส่วนช่วยให้ตัวหนังสามารถขึ้นแท่น หนังดีน่าดูแห่งปี 2020 ได้ไม่ยาก อีกทั้งด้วยสเกลของเรื่องที่ค่อนข้างกว้างทำให้สามารถสร้างหนังภาคต่อเพื่อเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมได้อีกมากทีเดียว หวังว่าจะได้ชม ภาพยนตร์คุณภาพ จากทีมสร้างนี้อีกเร็ว ๆ นี้

Related Post